โอสถสภา กลุ่มทิสโก้ สปสช. จัดกิจกรรม HAPPY HEALTH DAY เติมพลังพนักงาน สร้างเสริมสุขภาพ-ป้องกันก่อนป่วย

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กลุ่มทิสโก้ ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ จัดกิจกรรม “HAPPY HEALTH DAY” มุ่งดูแลสุขภาพพนักงานร่วม 400 คน เข้าถึงความรู้ การประเมินความเสี่ยง พร้อมรับบริการสุขภาพเชิงป้องกัน
วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) นายประธาน ไชยประสิทธิ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “HAPPY HEALTH DAY” โดยมีผู้บริหารบริษัทโอสถสภา ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ผู้บริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสถานพยาบาล ตลอดจนภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เข้าร่วม ณ ห้อง Auditorium อาคาร 2 ชั้น 5 บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพนักงานของบริษัทฯ ร่วม 400 คน ได้เข้าถึงความรู้สุขภาพ การประเมินความเสี่ยงพร้อมรับบริการสุขภาพเชิงป้องกันก่อนป่วย ร่วมถึงบริการภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโอสถสภา "พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต" (The Power to Enhance Life) ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพนักงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ตลอดระยะเวลากว่า 135 ปี โอสถสภาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์กรที่แข็งแรงและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย
คุณประธาน กล่าวว่า “นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทโอสถสภาจัดกิจกรรม HAPPY HEALTH DAY เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงความรู้ คำแนะนำ และบริการสุขภาพที่เป็นประโยชน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยให้ป้องกันและดูแลปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งพนักงานทุกคนถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญของทางบริษัทฯ”
“กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย บริษัทขอขอบคุณกลุ่มทิสโก้ ที่สนับสนุนการจัดงาน รวมถึง สปสช. สถานพยาบาล และภาคีเครือข่ายทุกแห่ง ที่นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และบริการด้านสุขภาพมามอบให้แก่พนักงานโอสถสภา” คุณประธาน กล่าว
นางแขขวัญ โรจน์วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (บลจ.ทิสโก้) กล่าวถึงความร่วมมือและการสนับสนุนการจัดกิจกรรมในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงานว่า “กิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มทิสโก้ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวางแผนการเงินควบคู่กับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้าในทุกมิติ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิต และบรรลุเป้าหมายสำคัญในระยะยาวได้อย่างมั่นคง”
บลจ.ทิสโก้ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มทิสโก้ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ให้บริการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาอย่างยาวนาน ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในระยะยาวแบบองค์รวม (Holistic Advisory) ให้กับพนักงานของบริษัท โอสถสภา กลุ่มทิสโก้จึงชวน Friends for Well-being อย่างศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ให้ความรู้และตรวจสุขภาพ พร้อมนำโปรแกรม TISCO My Goal มาช่วยออกแบบและวางแผนการเงินให้ตรงตามเป้าหมาย ทั้งการตรวจเช็คสุขภาพการเงิน วางแผนภาษี สร้างความมั่งคั่งและปกป้องความมั่งคั่ง
ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำบทบาทของ บลจ.ทิสโก้ ในการดูแลลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่เพียงมุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมแต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบองค์ความรู้ทั้งด้านการเงินและสุขภาพ เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกกองทุนสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ
ขณะที่ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็ง ซึ่งหลายโรคสามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงได้ หากประชาชนได้รับการประเมินความเสี่ยง ตรวจคัดกรอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
“เป้าหมายของระบบบัตรทอง ไม่ได้มีเพียงทำให้ประชาชนมีสิทธิรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ต้องทำให้เข้าถึงบริการที่ช่วยดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วย ที่ผ่านมา สปสช. จึงพัฒนาสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมบริการที่จำเป็น ทั้งประเมินความเสี่ยงทั้งโรคติดต่อและไม่ติดต่อเรื้อรัง การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง บริการสร้างเสริมสุขภาพทุกช่วงวัย เป็นต้น” ทพ.อรรถพร กล่าว
ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า “อย่างไรก็ดีสิทธิประโยชน์ต่างๆ นี้จะเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ได้เมื่อประชาชนรับรู้และเข้าถึงบริการได้อย่างเหมาะสม ภาคเอกชนจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยกิจกรรม HAPPY HEALTH DAY เป็นตัวอย่างของความร่วมมือของภาคเอกชนที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพ การประเมินความเสี่ยง และคำแนะนำด้านสิทธิสุขภาพได้ใกล้ตัว เพื่อเปลี่ยนจากการรอรักษาเมื่อป่วย สู่การดูแลสุขภาพก่อนป่วย ลดโอกาสเกิดโรคและภาระต่อครอบครัว รวมถึงต่อระบบสุขภาพประเทศในระยะยาว”
ทั้งนี้ ภายในงาน HAPPY HEALTH DAY ได้มีการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพและบริการตรวจคัดกรองโรคที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ การตรวจวัดองค์ประกอบร่างกายและมวลกระดูก การตรวจสุขภาพตา การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต ตลอดจนการเรียนรู้สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง การฝึกใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ และการฝึกช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน หรือ CPR
นอกจากนี้ ยังมีบริการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง คัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจหาเชื้อเอชไอวี คัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ พร้อมบริการวัคซีน ยาเม็ดคุมกำเนิด การทดสอบการตั้งครรภ์ และการแจกถุงยางอนามัย
ขณะเดียวกันยังมีการเสวนาในหัวข้อ โรคหลอดเลือดสมอง และการวางแผนการเงิน รวมทั้งในสวนของบูธ สปสช. ได้ร่วมให้ข้อมูลสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและการย้ายสิทธิประกันสังคม เพื่อให้พนักงานนำความรู้ไปใช้ดูแลสุขภาพ วางแผนชีวิต และเข้าถึงบริการตามสิทธิได้อย่างเหมาะสมต่อไป